แสงแห่งมรดกวัฒนธรรม วัดไชยวัฒนาราม

LIGHT OF CULTURE HERITAGE – WAT CHAIWATTHANARAM

จากความประทับใจในสถาปัตยกรรมและศิลปะแบบอยุธยา รวมถึงการได้ค้นพบความหลากหลายทางวัฒนธรรมอาเซียน จุดประกายให้สืบค้นเรื่องราวของประวัติศาสตร์และโบราณคดีของการส่งผ่านวัฒนธรรมและรูปแบบทางสถาปัตยกรรมทําให้พบว่าแรงบันดาลใจที่อยู่ลึกที่สุดเพื่อใช้เป็นแนวคิดในการสร้างผลงานในชุดแสงแห่งมรดก – สุวรรณภูมิ คือ ความประทับใจในศิลปะและองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมภายในวัดไชยวัฒนาราม

วัดไชยวัฒนารามแสดงถึงผังความคิดของไตรภูมิจักรวาล ความคิดเรื่องไตรภูมิจักรวาลเป็นความคิดของคนสุวรรณภูมิ โดยได้รับรากความคิดมาจากอินเดีย ทุกศาสนาที่มาจากอินเดียมีความเชื่อที่เหมือนกัน คือ ความเชื่อเรื่องไตรภูมิจักรวาล

วัดไชยวัฒนาราม เป็นวัดที่สร้างขึ้นสมัยอยุธยาตอนปลาย สภาพยังค่อนข้างสมบูรณ์ ผังของวัดนี้ยังปรากฏหลักฐานความคิดเรื่องผังจักรวาลการวางผังของไชยวัฒนารามนั้นแสดงออกถึงความเชื่อเรื่องภูมิจักรวาล และรายละเอียดของสถาปัตยกรรมภายในวัดไชยวัฒนารามยังแสดงถึงการส่งต่อวัฒนธรรม โดยพระปางค์ประธานนั้นได้รับรากความคิดมาจากอินเดียที่ส่งผ่านมาทางเขมรโบราณ ซึ่งพระปางค์ที่เขมรนั้นมีรูปแบบที่ต่างออกไป แสดงให้เห็นว่าเมื่อวัฒนธรรมความเชื่อเกี่ยวกับพระปางที่หมายถึงการเคารพนับถือศิวลึงค์ในศาสนาฮินดูได้เข้ามาถึงพื้นที่สยาม พระปรางค์ก็ได้มีวิวัฒนาการเปลี่ยนรูปแบบเป็นพระปรางค์แบบอยุธยา มีการย่อมุมไม้สิบสอง มีความคิดสร้างสรรค์ในแบบฉบับของตนเองซึ่งต่างจากปรางค์ที่เขมร และต่างจากปรางค์อินเดีย

ศิลปกรรมภายในวัดไชยวัฒนารามผสมผสานวัฒนธรรมที่ส่งผ่านกันมานับพันปี สร้างสถูปแบบอินเดียผสมเจดีย์ทรงลังกาวงศ์ ซึ่งเป็นทรงระฆัง มาเข้ามาสู่นครศรีธรรมราช รูปทรงของเจดีย์ก็ปรับเปลี่ยนไปเป็นรูปทรงแบบของอาณาจักรศรีวิชัย เมื่อการส่งต่อวัฒนธรรมมาถึงพระปฐมเจดีย์ ในสมัยอาณาจักรทวารวดี รูปแบบก็เปลี่ยนไป จนกระทั่งมาถึงสุโขทัยก็มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นองค์ระฆังยืดยาวขึ้นคล้ายรูปแบบสมัยอยุธยาตอนต้น และเมื่อถึงยุคอยุธยาตอนปลาย รูปทรงองค์ระฆังที่ยืดสูงขึ้นนั้นมีการย่อมุมไม้สิบสองดังเช่นที่เห็นในพระปรางค์วัดไชยวัฒนาราม และการส่งต่อยังไม่จบแค่นั้นมีการส่งต่ออิทธิพลสู่ยุครัตนโกสินทร์ พระปางค์วัดอรุณราชวรารามคือรูปแบบที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะอยุธยาตอนปลายอย่างเด่นชัดที่ยังปรากฏให้เห็นอยู่อย่างสมบูรณ์ในทุกวันนี้ ดังนั้นในระยะเวลากว่าพันปี สิ่งเหล่านี้คือเส้นทางการส่งอิทธิพลและส่งต่อวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นเป็นสายสืบเนื่องกันไป โดยปรากฏหลักฐานชัดเจนที่วัดไชยวัฒนาราม

The monumental architecture, the art of Ayutthaya period as well as the diversity of the Southeast Asian culture in the region ignited the fire in me. Such elements drove me to discover more about the historical and archaeological aspects of those constructions and their culture, how it had been transforming throughout the lengthy account of human civilization. It also dawned on me that the core inspiration for the Light of Heritage – Suvannabhumi collection came from the temples and found in Wat Chaiwatthanaram.

The arrangement in Wat Chaiwatthanaram shows the mapping of Tribhumi, the idea belongs to people in Suvarnabhumi region who also adopted the beliefs from India like every religion branching out from the country.

Even though Wat Chaiwatthanaram was constructed during the late Ayutthaya period, it is still in good condition. The doctrine regarding Tribhumi is evident through the plan of the temple. The details of the architecture inside the temple area also display cultural transmission, especially the main stupa which was influenced by the ancient Khmer whose architecture shared the same root from India. However, Ayutthaya stupas are unique because of the indented-pedestal design differentiating them from both races. The unique style of structure indicates that there were both addition and adaption in the process during the arrival of the Hindu belief in phallic symbol in Siam

Art in Wat Chaiwatthanaram is a  combination of cultures that have been passed on for thousands of years. For example, once the mixed design of the Indian stupa and Lankavamsa pagoda known for their bell shape reached Nakhon Si Thammarat, the construction was altered as seen from the Srivijaya period. Similarly, when entering the Dvaravati era, the culture had also been modified as Phra Pathom Chedi, for instance, changed. During Sukhothai period the bell shape structure was elongated, resembling the creation during the early Ayutthaya era. Later during the late Ayutthaya, the tall bell-shaped pagoda became the indented-corner structure as seen in Wat Chaiwatthanaram. The transmission was not over since the stupas in Wat Arun Ratchawararam built during Rattanakosin era obviously appeared to be influenced by the late Ayutthaya period art. Therefore, for countless years, these are the routes that transport diverse cultures and continue to preserve them as seen in Wat Chaiwatthanaram.

error: Content is protected !!